Forget Him

posted on 24 Oct 2011 03:51 by solphasefic  in SF
Forget him.
Fanfiction Kim Jonghyun&Lee Jinki



Present by solphase.
BGM: คนลืมช้า – โบว์ลิ่ง











บางอย่าง...คนเราก็มีเรื่องฝังใจ..

ไม่เหมือนกัน.













ห้องเล็กๆวอลเปเปอร์สีขาวสะอาด ตัดกับเฟอร์นิเจอร์สีมะฮอกกานี ทุกอย่างในห้องนี้ยังตั้งวางทุกอย่างไว้เป็นระเบียบเหมือนดังวันวาน



กรอบหน้าต่างที่ถูกเปิดกว้างปล่อยให้ลมพัดเอากลิ่นหอมของดอกไฮเดรนเยียร์สีฟ้าอ่อนที่ถูกปลูกที่ริมหน้าต่าง เสียงโมบายแก้วรูปปลามาที่ถูกแขวนประดับที่กรอบหน้าต่างนั้น ยังดังอยู่เบาๆ




ร่างบางของใครคนเดิมยังนั่งอยู่ที่เดิม ยังนั่งที่โต๊ะวาดแบบของตัวเอง นั่งมองรูปถ่ายรูปเล็กที่เคยถ่ายคู่กัน







ทุกอย่างเหมือนเดิม...






อะไรที่เป็นของเขามันเหมือนเดิมทุกอย่าง


แม้กระทั่งความรู้สึก..





แต่ทุกอย่างที่เป็นองค์ประกอบของใครอีกคนกลับว่างเปล่า..






ไม่ว่าจะเป็นเฟอร์นิเจอร์สีเบจแบบที่คนคนนั้นชอบ

เครื่องใช้ของคนคนนั้น

ทุกทุกอย่างที่เป็นของเขาคนนั้น...หายไป







หายไปจากชีวิตแล้ว...















Forget Him
















กลางเดือนมิถุนายน






ร่างบางนั่งมองนาฬิกาข้อมือขณะที่หัวหนาทีมของเขายังคงพูดถึงงานที่กำลังเปิดโปรเจคในเร็วๆนี้ของบริษัทไม่จบสิ้นเสียที
ทั้งๆที่น่าจะสรุปๆให้จบๆไปเสียที แต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมทำ ทำให้คนที่มีธุระอย่างเขาต้องมานั่งร้อนใจกับการที่จะไปตามนัดให้ทัน



“คุณจินกิ คุณมีอะไรรึเปล่า” เสียงทุ้มของยุนโฮหัวหน้าทีมเอ่ยถามเขาขึ้นมา จินกินึกขอบคุณพระเจ้าเสียล้านครั้งที่ทำให้ยุนโฮเห็นสิ่งปกติจากเขาเสียที



“ผมมีนัดสำคัญเย็นนี้ครับ เอ่อ..ถ้าคุณไม่ว่ากัน ผมก็อยากจะให้คุณช่วยสรุปวาระครั้งนี้”



“เอ่อ คุณมีธุระหรอ งั้นกลับก่อนได้เลยนะ เดี๋ยวผมจะสรุปเอกสารงานที่ต้องรับผิดชอบให้คุณอีกทีก็ได้ครับจินกิ”ยุนโฮหันมายิ้มให้เขา






เขาจำได้ว่า..






วันนั้นเขาส่งยิ้มกว้างๆให้กับยุนโฮแล้วรีบวิ่งไปที่โต๊ะทำงาน รวบทุกอย่างที่อยู่บนโต๊ะทำงานเข้ากระเป๋า รีบม้วนกระดาษเขียนแบบที่วาดค้างไว้เข้ากระบอกอย่างร้อนลน แล้วจ้ำอ้าวไปที่รถยนต์ที่ถูกจอดไว้ที่ชั้นเดิม




สองขาที่รีบเร่งเดินไปให้ถึงที่หมายโดยไว เขาขาพลิกไปหลายครั้ง แต่ไม่ได้สนใจกับอาการเจ็บปวดนั้น ได้แต่ต้องการรีบเดินไปให้ไวที่สุด อยากให้ไปเจอคนที่นัดไว้




จินกิอดยิ้มกว้างๆเสียไม่ได้เมื่อนึกถึงว่า วันนี้เป็นวันพิเศษของเราสองคน วันนี้จะเป็นอีกวันที่เขาและคนรักได้ผ่านพ้นช่วงวันเวลาที่ดีไปอีกปี







แต่คุณเชื่อไหม..


รอยยิ้มที่เคยประดับบนใบหน้าผมกลับหายไปทันที เมื่อไม่พบรถยนต์คันเดิมที่ควรจะจอดอยู่ที่ที่มันควรอยู่







หายไปไหนกันนะ..





ร่างบางถอนหายใจแล้วหยุดพิงเสาใกล้ๆเพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยจากการเร่งรีบของตนเอง จินกิทรุดตัวนั่งลงกับพื้นแล้วคลำบริเวณข้อเท้าที่รู้สึกเจ็บปวดขึ้นมา





“รีบลงมาทำไมกันนะเรา” บ่นเบาๆพร้อมกับบีบนวดผ่อนคลายความเจ็บปวดให้ทุเลาลง “สงสัยไปซื้อของหละมั้ง”



ไม่เป็นไร...คนของเขาอาจจะมีธุระจนต้องขับรถออกไปโดยไม่รอเขา เขาเองก็ยังมีเลย อีกอย่างเขาลงมาช้ากว่าเวลานัดเสียเป็นชั่วโมง ถ้าจงฮยอนมีธุระสำคัญก็สมควรที่จะไม่รอ




แต่...

ยุ่งมากถึงขนาดที่ไม่สามารถส่งข้อความบอกเขาได้เลยหรอ?





“คิดอะไรนะจินกิ ก็บอกฮยอนไปแล้วว่าติดประชุมนี่นา เขาจะส่งข้อความมารบกวนเราทำไม” เสียงเล็กพึมพำกับตัวเองพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู เลยเวลานัดมานานพอดูแล้ว จึงตัดสินใจส่งข้อความไปถามอีกคน








‘ฮยอนนัดเราวันนี้เหมือนเดิมไหมครับ?’






เขาส่งข้อความไปแล้วพร้อมกับยังนั่งที่เดิม อาการปวดที่ข้อเท้ามันทวีคูณขึ้นเมื่ออากาศโรยตัวเย็นลง ท้องฟ้าเริ่มมีเมฆสีครึ้มมาแทนที่






เหมือนฝนกำลังจะตก...

และเขาก็ไม่ควรรอด้วย เพราะแบบในกระบอกมันก็สำคัญ มากๆพอกับที่เขาไม่ควรเสี่ยงรอใครอีกคนให้มารับ เพราะถ้าจงฮยอนไม่ว่างจริงๆและมารับเขาไม่ได้เขามีสิทธิ์ต้องออกไปตากฝนเพื่อหาแท๊กซี่สักคันแน่ๆ




และแล้วฝนก็ตกลงมาจริงๆอย่างที่จินกิคาดไว้

เขาบอกตัวเองว่าโชคดีมากๆที่สามารถหารถแท็กซี่ให้ไปส่งที่คอนโดได้ก่อนที่เจ้าสายฝนจะโปรยปรายลงมาจากท้องฟ้า


หากเขาต้องตากฝน ทั้งร่างกายทั้งแบบต้องพังไปทั้งคู่แน่ๆ



ระหว่างมองบรรยากาศฝนตก สายตาเขากลับเหลือบไปเห็นอีกคนทีร้านอาหารไม่ไกลจากออฟฟิตนัก ร่างคุ้นตากับหญิงสาวอีกคนกำลังนั่งทานอาหาร พูดคุยกันอย่างสนุกสนานในนั้น





หัวใจของผมในขณะนั้นเหมือนถูกควักออกมาแล้วถูกบีบแรงๆ

มันเจ็บจนแทบหายใจไม่ออก



ปล่อยให้เขารอ แต่เจ้าตัวกลับมานั่งทานข้าวกับใครก็ไม่รู้...

ความรู้สึกอยากร้องไห้ท่วมท้นเข้ามาในใจ มือบางล้วงโทรศัพท์มือถือขึ้นมาก่อนจะพิมพ์ข้อความส่งไปด้วยมือสั่นเทา







‘ผมต้องรอคุณไหมครับ?’







ไม่นานนักเครื่องมือสื่อสารของเขาก็สั่นแสงสว่างวาบขึ้นมาเพื่อเตือนเขาว่ามีข้อความใหม่ส่งเข้ามา




คุณรู้ไหมครับ

บางครั้งผมก็อยากให้สวรรค์เข้าข้างผมสักนิด










‘ไม่ต้องแล้วหละ ติดธุระสำคัญ’







แต่ไม่เลย...

สวรรค์ไม่เคยเข้าข้างผมเลย...

















Forget Him
















หมดเดือนมิถุนายนมานานแล้ว เลื่อนผ่านมานานพอที่จะทำให้เขาเริ่มชินชากับการรอคอย
จงฮยอนไม่ค่อยได้กลับมาที่ห้องเสียเท่าไหร่ พอกลับมาก็เหมือนมาเอาของที่ต้องการแล้วรีบออกไป



พอเขาถามว่าไปไหน คำตอบที่ได้กลับมาก็เป็นคำตอบเดิมๆ




“มีประชุมที่ต่างประเทศ”




ผมได้แต่เดินเข้าไปจัดเนคไทให้เข้าที่ ติดกระดุมข้อมือให้เจ้าตัวให้เรียบร้อย ก่อนจะส่งยิ้มกว้างๆ และกล่าวอวยพรให้อีกฝ่าย


แต่ทำไมในใจผม...กลับไม่ยิ้มตามไปด้วยกันนะ






Rrrr Rrrr Rrrr




“ครับผม อี จินกิรับสายครับ” คนตัวบางลุกโต๊ะทำงานมารับสายโทรศัพท์บ้านที่ส่งเสียงดังรบกวนสมาธิของเขาพร้อมกับกรอกเสียงรับสายนั้น

“อ่าจินกิหรอ พี่เองนะซีวอน จงฮยอนเป็นอะไรรึเปล่า ทำไมไม่มาที่ไซด์งานเสียที พวกพี่รอนานแล้วนะติดต่อโทรศัพท์มือถือก็ไม่ได้.....”

เขาไม่รู้ว่าเขาวางสายจากพี่ซีวอนไปเมื่อไหร่ แต่เขารู้ว่าตอนนี้เขาทรุดตัวร้องไห้อยู่กับพื้น

เขารู้มานานแล้วว่าจงฮยอนมักเอางานมาบังหน้าเขา


เอามาเป็นข้ออ้างเลื่อนนัดของเขา







เขารู้มานานแล้ว...

แต่แค่ไม่อยากให้ใครมาปลุกให้เขาตื่นการคำโกหกของจงฮยอน...













คุณเชื่อไหม...

ถึงแม้ว่าเรื่องมันจะจบไปนานแล้ว

แต่คุณก็ยังพร้อมที่จะเพ้อฝัน

พยายามคิดว่าเรื่องที่จบไปนานแล้วจะหวนกลับมา

แม้จะรู้ว่า...ไม่มีวันเลยก็ตาม














To be continued.
Full Story Soon.


Comment

smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

Categories